Title : มีแต่คิดถึง
Artist : เบิร์ด ธงไชย
เหม่อมองไกล ไปถึงดาว
ที่เคยจองเป็นดาวของเรา
ก็ยังคงอยู่ที่เดิมให้พบเจอ
อยู่ตรงนี้มองเห็นดาว
และดวงดาวคงมองเห็นเธอ
อย่างน้อยเราอยู่ใต้ดาวดวงเก่าเดียวกัน
*หวังว่าเธอคงสุขดี อยู่ตรงนั้นเจอสิ่งดีดี
ฉันคงมีเพียงสิ่งเดียวทุกวัน
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
อยู่ทุกครั้งที่มองดาว
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
เรื่องวันวานและฝันของเรา
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
และบ่อยครั้งก็ทำให้เหงา
คิดถึงเธอ....คิดถึงเธอ
(*)
เฝ้าแต่คิดถึง ได้แต่คิดถึง
สิ่งที่สองเราเคยมี
เฝ้าแต่คิดถึง ได้แต่คิดถึง
นึกทีไรก็ยิ้มทุกที
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
อยากให้เธอได้อยู่ตรงนี้
คิดถึงเธอ....คิดถึงเธอ
คิดถึงเธอ....คิดถึงเธอ
หลังจากวางมือจากการอ่านความสุขของกะทิเล่มแรก
ความอิ่มเอิบใจ ปนความเศร้ายังมีรอยจางๆ ในใจ
ก็อดไม่ได้ที่จะรีบไปเอาความสุขของกะทิ ตอน ตามหาพระจันทร์
ขึ้นมาอ่าน ด้วยเสน่ห์ของหนังสือที่ทำให้น่าติดตาม
ความสุขของกะทิ
คงเป็นหนังสือจำนวนน้อยเล่ม
ที่อ่านไปจะรู้สึกจุกๆ กับความคิด ความรู้สึกที่มันอัดอั้น
ความเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศ
ความเพลิดเพลินไปกับการเดินเรื่อง
ชวนให้อารมณ์หลุดลอย ร่วมเดินไปกับตัวละครในเล่ม
หลังจากอ่านทั้งสองเล่มจบลง
ความรู้สึกอิ่มเอิบใจ ปนเศร้า และความเหงาจางๆ
ยังคอยวนเวียนในจิตใจ
คงเป็นเพราะเนื้อเรื่องพูดถึงความเป็นเด็กที่สดใจของกะทิ
พูดถึงเรื่องราวของเด็กที่อยู่ต่างจังหวัด
ซึ่งตัวผมเองเข้าใจสภาพเด็กต่างจังหวัดที่ผมเคยเป็นมา เป็นอย่างดี
ถึงแม้ว่าบรรยากาศชนบทในเรื่อง
ยังไม่สมบุกสมบันให้สาใจเด็กต่างจังหวัดอย่างผมก็ตามที
แต่ก็พลอยให้หัวใจที่เริ่มจะชาชินกับสังคมเมืองกรุง
หลุดลอยกลับไปคิดถึงที่บ้าน สมัยเรียนประถมตามวัยกะทิ
และคงเป็นเพราะความสุขของกะทิ
อ่านไปแล้ว ทำให้อดที่จะวกนึกไปถึงหนังสือเรียนตอนประถม
"มานี มานะ ปิติ และ ชูใจ"
จะมีใครสักกี่คนในบลอกแห่งนี้ จะรู้จักกับเรื่องราวเหล่านี้
[ถ้ารู้จัก ก็คงจะแก่พอๆ กับผม หรืออาจจะแก่กว่าผมนะเนี่ย]
หลายคนที่นี้คงรู้จัก "แก้ว หรือ กล้า" เด็กน้อยแสนฉลาด
ที่่่่ผมเคยเอาของน้องสาวมาอ่านเล่นตอนตัวเองอยู่มัธยมแล้ว
ความสุขของกะทิ ก็พลอยทำให้หัวใจของหลายคน
พองโต หรือ ห่อเหี่ยว ไปกับเหตุการณ์ในเรื่อง
หลายตอนที่ทำให้น้ำตาคลอไปกับเรื่องราว
ตื้นตัน สะเทือนใจ หรืออะไรก็แล้วแต่
มันมีมนต์สะกดให้ผมลอยไปตามเรื่องได้มากทีเดียว
และคงเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ทำให้หลายคนหลงใหลเช่นกัน
ถึงทำให้ ความสุขของกะทิ [The Happiness of Kati]
ได้รับการแปลไปตั้ง 6 ภาษา 7 สำนวนแปล
และได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน
ประเภทนวยนิยาย ประจำปี 2549
[ The S.E.A. Write Award]
หลายคนก็คงจะได้ยินข่าวที่เอานวนิยายเล่มนี้ไปสร้างเป็นหนังแ้ล้ว
ค่อยมาติดตามดูกัน ว่า จะทำออกมาให้เรารู้สึกไปอย่างในหนังสือได้เพียงใด
แต่ผมว่า ในจินตนาการของแต่ละคน กะทิ และ เหล่าตัวละครในเรื่อง
คงน่าจดจำ และหวนให้นึกถึงอย่างสบายใจได้หลายครา
ขอบคุณภาพปกหนังสือจากคุณเจ้าชายน้อย





